top

 


ศูนย์หนังสือมือสอง

ขายหนังสือสภาพ
90-100%
ในราคา 60-75%
จากราคาหน้าปก
ค่าจัดส่ง ครั้งละ 30 บาท
(ไม่เกิน 3 เล่ม)

ร้านหนังสือ
Google
    
          webhosting
              webhosting

สวัสดีค่ะ

ร้านหนังสือมือสอง "2hshop" นี่เกิดขึ้นมา
ได้เพราะ เจ้าของเป็นคนชอบอ่านหนังสือค่ะ
ปัญหามันจึงเกิดขึ้นคือ "ไม่มีที่จะเก็บค่ะ!!"
กลัวว่าสักวันหนังสือมันคงล้มทับขึ้นมา
เดี๋ยวจะได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งพอดี
หนังสือที่ร้านส่วนใหญ่จะเป็นของเจ้าของร้านเองค่ะ เรื่องสภาพของหนังสือรับรองได้นะค่ะว่าเนี๊ยบทุกเล่ม
  ใจเค้าใจเราค่ะ เพราะตัวเองเป็นคนห่วงหนังสือ
จะทนไม่ได้เลยถ้าหนังสือยับ
ก็เลยเชื่อว่า ลูกค้าก็คงเป็นเหมือนกัน
ดังนั้นหนังสือเล่มไหนสภาพไม่ดี
" เราไม่นำมาขายแน่นอน"
หนังสือดีแต่การบรรจุหีบห่อไม่ดี
ไปถึงบ้านลูกค้าก็เละอยู่ดี
ทางร้านจึงต้องขอรบกวนลูกค้าค่าจัดส่งค่ะ
30 บาทต่อ3 เล่ม ค่าจัดส่งไม่กำไรหรอกค่ะ
เพราะค่าหีบห่อก็เกือบ 20 บาทแล้ว
แต่ทำด้วยใจรักค่ะ
อยากให้หนังสือไปถึงสวยๆ เสียดาย

สนใจติดต่อ  sale@2hshop.com

 

 

ชวนเที่ยวญี่ปุ่น

ข้อมูลประกอบการเดินทาง


1. ที่พัก เลือกพักโรงแรม ระดับ 3 ดาวเพื่อประหยัดงบ ราคามิตรภาพไม่เกินคืน ละ 8000-12000 เยนต่อห้อง หาร2 ก้อยังพอยิ้มได้                            
               เว็บที่เกี่ยวกับโรงแรม 1  2  3  4  5  6  7  8    จะอยู่Osakaนาน ลองดูนี่ก็น่าสนใจค่ะ
               เว็บเมืองนอก  1  2

 2. ตั๋วรถไฟ โดยปกติค่ารถไฟที่ญี่ปุ่นแพงมาก แต่ดีีที่ญี่ปุ่นเค้าส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงจัดค่ารถไฟแบบ แพ็คเกจ เพื่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยเฉพาะ (บัตรนี้ไม่มีขายภายในประเทศญี่ปุ่น เราต้องซื้อจากประเทศไทยผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยเค้าจะออกเป็นสลิปให้เรา ซึ่งจะมีอายุหลังจากซื้อแล้ว3 เดือนค่ะ  เมื่อเราไปถึงญี่ปุ่น และอยากใช้เมื่อไหร่ค่อยนำไปแลกเป็นบัตรอีกครั้งนึง โดยวันแลกจะต้องระบุกับเค้าด้วยว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันไหน)
มีแพ็คเกจ ให้เลือกหลายขนานค่ะ ที่เราเลือกใช้ในการไปครั้งนี้

          - ตั๋ว Japan Rail Pass ราคาเหมาๆ แบบ 7วัน 28,300 เยน (เงินไทยก้อประมาณ 8,000 )  ราคาอาจจะดูแพงไปซะนิด แต่พอใช้จริงๆแล้วบอกได้คำเดียว
ว่า “คุ้มมั๊ก!!”  นั่งได้ทั้ง รถไฟธรรมดาทุกสาย(เฉพาะของบริษัท JR ไม่ต้องห่วงเรื่องนั่งผิดเพราะสถานีรถไฟแต่ละบริษัทจะแยกออกจากกัน) หรือแม้แต่  "Bullet Trains" (ไอ้ชื่อที่เรารู้จักกันดี ก็ "ชิงกังเซน")  สามารถนั่งไปได้ทั่วอาณาจักรญี่ปุ่นเลยค่ะ
     ยกเว้นก็เฉพาะแต่ ชิงกังเซน ที่ชื่อ "NOZOMI" ถ้าจะขึ้นต้องเพิ่มเงินค่ะ
     อีกอย่างที่ต้องระวัง  ห้ามนั่งตู้ที่เขียนหน้าตู้ว่า Green นะคะ ราคาเหมาที่ 28,300 เค้าไม่ให้นั่งตู้ Green (ถ้าอยากนั่งจริงๆต้องจ่ายราคาเหมาที่ 37,800 สำหรับ 7 วัน )  
            รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร JAPAN RAIL PASS ชนิดต่างๆ    
           
             - ตั๋วใบที่ 2 ที่ควรมี  ตั๋วใบนี้ชื่อ JR West  Pass (หรือเรียกอีกชื่อ Kansai Area Pass) ใบนี้ศักดิ์ศรีน้อย กว่า Rail Pass หน่อยตรงที่ว่า นั่ง ชิงกังเซน ไม่ได้ (ถ้าอยากนั่งได้จะเป็นตั๋วKansai อีกชนิด แต่ราคาจะแพงกว่า ชนิดนี้มาก) นั่งได้แค่รถไฟธรรมดาของ บริษัท Jr แล้วก้อได้แค่ช่วง Kansai เท่านั้น
(Kansai ถ้าให้กำหนดที่คร่าวๆ ก็ประมาณจาก ปราสาท Hemeji ถึง เกียวโต  )
       ตั๋วใบนี้ดีตรงที่ เราสามารถนั่งรถไฟสายพิเศษ ที่ชื่อ "Haruka" เพื่อนั่งรถไปลงที่สนามบินKansai ได้ค่ะ (ค่ารถไฟจากโอซาก้า ถึง สนามบิน เที่ยวเดียวก้อประมาณ พันกว่าเยน ) ราคาตั๋วก้อมีตั้งแต่
                                    2,000 สำหรับ  1   วัน                4,000  สำหรับ 2 วัน
                                    5,000  สำหรับ 3  วัน แล้วก้อ    6,000  สำหรับ 4  วัน
สำหรับเรา เราเลือกแบบ 4 วัน ใช้แล้วมีความสุขมาก เช้าอยู่โอซาก้า เย็นข้ามไปดินเนอร์ที่ เกียวโต,โกเบ ได้สบายๆ  (ตั๋วใบนี้สามารถซื้อได้ที่ญี่ปุ่นได้เลย ยกเว้น แบบ 3 – 4 วัน ต้องซื้อนอกญี่ปุ่นเท่านั้น การซื้อกับการ แลก ก็เหมือน Japan Rail Pass )
                 -รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร JR West  Pass ชนิดต่างๆ
                 - JR East Pass     รวมตั๋วต่างๆของJR   ตั๋วรถไฟชนิดต่างๆ
                 -ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถไฟ การต่อรถ
                 - แผนที่ทางรถไฟ

  3. ตารางรถไฟ โดยส่วนตัวแล้ว เราว่าสำคัญนะค่ะ เพื่อที่จะได้คอยเช็คความชัวร์ ว่านั่งรถไฟถูกฝั่งหรือไม่ แล้วจะได้คอยนับว่าอีกกี่สถานีจะได้เตรียมตัวลง เพราะในเมืองเล็กๆ เจ้าพนักงานเค้าพูดอังกฤษไม่ค่อยจะได้อะค่ะ เราต้องช่วยตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่
            เว็บเกี่ยวกับ ตารางรถไฟคะ เวลาใช้ ให้กำหนดจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุด เค้าจะบอกมาว่า ต้องนั่งรถไฟ กี่ต่อ เวลาไหน ต้องไปเปลี่ยนรถที่ไหน ไปถึงจุดหมายกี่โมง งานนี้ต้องระวังนะค่ะ เพราะส่วนตัวแล้วเคยมีปัญหาตอนไปเที่ยวเชก  ครั้งนั้นเหนื่อยค่ะ เพราะโปรแกรมเค้าจะพยายาหาเส้นทางการเดินทางที่ใช้เวลาให้น้อยที่ สุด ดังนั้นระยะเวลาในการเปลี่ยนแต่ละขบวนมันจะสั้นมาก ปัญหามันเลยเกิดกับคนต่างถิ่นอย่างเรา คือ การหา ชานชาลา ไม่เจอในเวลาที่กำหนด พี่เล่นจากชานชาลาที่ 1 ให้ไปต่อรถที่ ชานชาลา 12 ในเวลา 3 นาที จะเหลือ หรือค่ะ (ตอนที่ไปเชก...หมดฟอร์มเลยวิ่งกันผมปลิวไปหมด)  งวดนี้เลยตั้งหลักใหม่ เมื่อกำหนดจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุดแล้ว เราก็จะได้คำตอบว่าต้องนั่งรถกี่สาย ต้องไปต่อรถที่ไหน หลังจากนั้น ถ้าต้องมีการต่อรถ    ก็จะ เริ่มหาตารางรถของแต่ละขบวน อย่างเช่น ต้องนั่งรถจากฮิโรชิม่า ไป  จิฟุ เราก็จะได้คำตอบมาว่า ขบวนแรก ฮิโรชิม่า-โอซาก้า   แล้วต้องไปเปลี่ยนรถขบวนที่ 2 จากโอซาก้า-จิฟุ หลังจากนั้น เราก็เริ่มถามใหม่ ฮิโรชิม่า ไป โอซาก้า  และ โอซาก้า ไป จิฟุ  แล้วเราค่อยนำตาราง 2 ใบนี้ไปจัดรถเอง เผื่อกรณีวิ่งต่อรถไม่ทัน จะได้รู้ว่าอีก ขบวนจะมาตอนกี่โมง 

  4. รถเมล์ ที่นี่เค้ามีสองแบบค่ะ ทั้งแบบราคาเดียวตลอดสายกับแบบนับป้ายเอา รถเมล์ก็มี
ทั้งแบบประตูหน้าประตูเดียว กับแบบ 2 ประตู(ขึ้นหลัง ลงหน้า) จะจ่ายเงินตอนลงค่ะ ไม่มี
กระเป๋ารถเมล์เหมือนบ้านเรา
กรณีเป็นแบบนับป้าย ตอนขาขึ้นเค้าจะมีเครื่องจ่ายบัตรให้เราดึงตั๋วเก็บไว้ ตั๋วไม่มีอะไรเลย
นอกจากตัวเลข ซึ่งที่หน้ารถจะมีโทรทัศน์แจ้งราคาค่ารถเมล์ไว้  แถวบนจะบอกราคา แถวล่าง
จะบอกว่าเป็นราคาของป้ายไหนที่ขึ้น อย่างเช่นได้ตั๋วเบอร์ 1 เราก็จะดูราคาแต่ที่ช่อง 1 เพียง
ช่องเดียว ช่องอื่นๆไม่ต้องไปสนใจ ซึ่งราคาในช่องนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อนั่งไกลขึ้น
ด้านบนสุดจะเป็นชื่อป้ายต่อไปค่ะ  
เมื่อถึงป้ายที่จะลงก็ให้กดอ๊อดเอาค่ะ ไปยืนเฉยๆเค้าไม่จอดนะค่ะ

เครื่องจ่ายตั๋วหลังรถ        ตั๋วรถเมล์          โทรทัศน์หน้ารถ   อ๊อด
   
เครื่องเก็บเงินและเครื่องแลกเหรียญข้างคนขับ  

เวลาจะขึ้นรถเมล์แนะนำให้หาข้อมูลชื่อภาษาญี่ปุ่นป้ายที่จะลงติดตัวไว้ด้วยนะค่ะ เพราะคนขับหรือ แม้แต่คนเดินตามถนน เค้าพูดอังกฤษกันไม่ค่อยได้เลยค่ะ เราจะได้เอาไว้ยื่นให้คนขับดูก่อน ขึ้นรถเพื่อจะได้ไม่ผิดคัน และ พอถึงป้ายที่จะลงเค้าจะได้สะกิดเราด้วยสายตา เราจะได้ไม่ ต้องรับของแถม(ป้ายแถมป้าย)

  5. แผนที่ท่องเที่ยว ไม่ต้องห่วงเลยนะค่ะ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆเค้าจะวางแผนที่ไว้ให้ค่ะ

  เว็บญี่ปุ่นเพิ่มเติม

        ข้อมูลท่องเที่ยว  infomapjapan ดีมีแผนที่ด้วย     Jnto
         Japan-guide  Japantravelinfo  Ana  Japaneselifestyle  West-japan  Nihonsankei  shikoku  GT  ehime kandou
         เวลาเปิดปิดของสถานที่ท่องเที่ยว
         ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น               เทศกาลในญี่ปุ่น     เที่ยวพระใหญ่

        เอาละค่ะ ตอนนี้ข้อมูลครบหมดแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกันซะที    หน้าถัดไป